กรมจิตฯ ระดมทีม MCATT ดูแลจิตใจผู้ประสบเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าวรวม 75 ราย

กรมจิตฯ ระดมทีม MCATT ดูแลจิตใจผู้ประสบเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าวรวม 75 ราย

กรมสุขภาพจิต ระดมทีม MCATT เยียวยาจิตใจผู้ประสบภัยเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เผยผลประเมินรวม 75 ราย มีภาวะความเครียดระดับต่ำ 41 ราย อยู่ในระดับปานกลาง 20 ราย และมีความเครียดสูง 14 ราย ส่งทีมเพิ่มดูแลจิตใจต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2569 นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรมฯ ได้ระดมกำลังทีมเยียวยาจิตใจ (MCATT) ลงพื้นที่ดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุการณ์ไฟไหม้โรงเบียร์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร โดยปฏิบัติงานร่วมกับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร กว่า 10 ทีม รวมถึงทีมเฉพาะทางที่เชี่ยวชาญด้านการเยียวยาเด็กและเยาวชนอีก 1–2 ทีม เพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

จากรายงานสรุปผลการดำเนินงานปฐมพยาบาลทางใจ (Psychological First Aid) ในระหว่างวันที่ 13 – 15 กรกฎาคม 2569 กับกลุ่มญาติผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้ประสบภัย และผู้สูญเสียทรัพย์สิน จำนวน 75 ราย พบว่าสถานการณ์โดยรวมอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถดูแลและเยียวยาได้ ผู้ประสบภัย 41 รายมีภาวะความเครียดระดับต่ำ 20 รายอยู่ในระดับปานกลาง และมีความเครียดสูงจำนวน 14 ราย ซึ่งยังไม่พบผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย

แผนบูรณาการความร่วมมือเชิงรุก

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรองรับและดูแลจิตใจผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง กรมสุขภาพจิตได้เตรียมแผนบูรณาการความร่วมมือเชิงรุก ดังนี้

  • เพิ่มทีมสนับสนุนเพิ่มเติมจำนวน 40 คน
  • ส่งทีมเยียวยาจิตใจจาก รพ.ศรีธัญญา และศูนย์สุขภาพจิตที่ 13 ปฏิบัติงานที่ รพ.ราชวิถี
  • ทีมจากสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยาปฏิบัติงานที่ สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ
  • ทีมรพ.ศรีธัญญา ปฏิบัติงานร่วมกับกองอำนวยการร่วม ประกอบด้วยกรมอนามัย กรุงเทพมหานคร และศูนย์บริการสาธารณสุข

โดยกรมสุขภาพจิตจะเร่งประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลที่รับรักษาผู้ป่วยจากเหตุไฟไหม้เพื่อวางแผนการดูแลจิตใจอย่างต่อเนื่องต่อไป

นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมสุขภาพจิตขอความร่วมมืองดส่งต่อภาพหรือคลิปความรุนแรง ภาพผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ หรือภาพจากสถานที่เกิดเหตุที่อาจกระทบต่อจิตใจ เพื่อเคารพศักดิ์ศรีและความเป็นส่วนตัวของผู้ประสบเหตุและครอบครัว รวมถึงลดความหวาดกลัวและความเครียดสะสมในสังคม โดยเฉพาะในกลุ่มเด็ก เยาวชน และกลุ่มเปราะบาง พร้อมขอขอบคุณและส่งกำลังใจให้ทีมกู้ภัย เจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน บุคลากรทางการแพทย์ และทุกภาคส่วนที่เข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุอย่างเต็มกำลัง

ทั้งนี้ กรมสุขภาพจิตได้วางแผนดูแลสุขภาพจิตผู้ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ตั้งแต่การประเมินและปฐมพยาบาลทางใจ การติดตามเฝ้าระวังและส่งต่อกลุ่มเสี่ยงเข้าสู่ระบบบริการ ตลอดจนการฟื้นฟูสภาพจิตใจและติดตามผลกระทบในระยะยาว

คำแนะนำในการรับมือวิกฤต

นอกจากนี้ ขอแนะนำประชาชนใช้เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนในการรับมือวิกฤตในชีวิตประจำวัน ดังนี้

  • มีสติและสังเกตสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะทางหนีไฟและทางออกฉุกเฉินเมื่ออยู่ในอาคาร
  • ซักซ้อมแผนในใจ มองหาทางออกและเส้นทางสำรองไว้ล่วงหน้า
  • ติดตามข่าวสารอย่างมีสติ จากแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้ และหลีกเลี่ยงการเสพข่าวต่อเนื่องจนกระทบต่อสภาพจิตใจ
  • ดูแลซึ่งกันและกัน พูดคุย ให้กำลังใจ และจดจำหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินที่สำคัญ

เพราะการมีสติ การเตรียมพร้อม และการดูแลกัน จะช่วยลดผลกระทบและเพิ่มความสามารถในการรับมือกับเหตุวิกฤตได้อย่างเหมาะสม

หากท่านใดไม่ว่าจะเป็นผู้ประสบเหตุ ครอบครัว หรือประชาชนทั่วไปที่ติดตามข่าวสาร รู้สึกเครียด วิตกกังวล นอนไม่หลับ หรือต้องการคนรับฟัง สามารถโทรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ฟรีที่ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือศึกษาข้อมูลการดูแลสุขภาพจิตเพิ่มเติมได้ที่ www.สุขภาพจิต.com

ภาพกิจกรรม

👉 ดูโพสต์ต้นฉบับบน Facebook (หากกล่องด้านบนไม่แสดงบน Safari)

ที่มา: เพจ Hfocus เจาะลึกระบบสุขภาพ