1. ที่มาและความสำคัญของปัญหา
ศูนย์สุขภาพจิตที่ 7 ได้รับหนังสือเวียนจากกรมสุขภาพจิต หน่วยงานในเขตสุขภาพ และหน่วยงานภายนอก เผยแพร่ผ่านกลุ่มไลน์ "หนังสือเวียน" โดยปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด จากเฉลี่ยประมาณ 10 ฉบับต่อเดือน ในปีงบประมาณ 2568 เป็นเฉลี่ยประมาณ 100 ฉบับต่อเดือน ในปีงบประมาณ 2569 (เพิ่มขึ้นราว 10 เท่า) ตามการปรับแนวทางให้เวียนเอกสารผ่านระบบดิจิทัลแทนกระดาษ
ปริมาณที่เพิ่มขึ้นเช่นนี้ทำให้เกิดปัญหาการปฏิบัติงานจริง 3 ประการ
- เอกสารยาวแต่เวลาน้อย — เจ้าหน้าที่ต้องเปิดไฟล์ PDF ทีละฉบับเพื่อดูว่า "เกี่ยวกับตนหรือไม่" ทำให้หนังสือสำคัญถูกอ่านช้าหรือตกหล่น
- เอกสารสแกนอ่านยาก — หนังสือราชการจำนวนมากเป็นภาพสแกน ค้นหาข้อความไม่ได้ และอ่านบนโทรศัพท์ลำบาก
- สืบค้นย้อนหลังไม่ได้ — ไฟล์ในกลุ่มไลน์ไหลผ่านไปตามลำดับเวลา เมื่อต้องการย้อนหาหนังสือฉบับเดิมต้องเลื่อนหาเอง
2. หลักการทำงานของระบบ
เมื่อเจ้าหน้าที่ส่งไฟล์ PDF เข้ากลุ่มไลน์ ระบบจะทำงานอัตโนมัติทั้งหมด แล้วตอบสรุปสาระสำคัญกลับเข้ากลุ่มเดิมภายในเวลาประมาณครึ่งนาที โดยไม่ต้องติดตั้งแอปพลิเคชันเพิ่มและไม่เปลี่ยนวิธีทำงานเดิมของเจ้าหน้าที่
3. ผลการดำเนินงาน (ข้อมูลปัจจุบันจากระบบ)
ตัวเลขด้านล่างดึงจากฐานข้อมูลของระบบโดยตรงขณะเปิดหน้านี้ เป็นข้อมูลภาพรวมเท่านั้น ไม่มีการเปิดเผยชื่อไฟล์ เนื้อหาเอกสาร หรือข้อมูลบุคคล
ทั้งนี้นับเฉพาะหนังสือเวียนที่ส่งเข้ากลุ่มไลน์ ในรูปแบบไฟล์ PDF ตั้งแต่วันที่ระบบเริ่มทำงานเป็นต้นไป จำนวนดังกล่าวจึงน้อยกว่าปริมาณหนังสือเวียนทั้งหมดของหน่วยงาน เนื่องจากบางฉบับถูกส่งเป็นรูปภาพ ซึ่งอยู่นอกขอบเขตการทำงานของระบบในระยะนี้ (อยู่ระหว่างพิจารณาพัฒนาให้รองรับในระยะถัดไป)
เวลาข้างต้นวัดเฉพาะขั้นตอนสรุปด้วยปัญญาประดิษฐ์ เป็นค่าเฉลี่ยสะสมตั้งแต่เริ่มใช้งาน ทั้งนี้ระบบได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบัน (เดือนนี้) ใช้เวลาเฉลี่ยเพียง 14.4 วินาที ต่อฉบับ
สัดส่วนวิธีสกัดข้อความที่ระบบเลือกใช้
-
Vision AI 118 ฉบับ (68.6%)
-
อ่านจาก text layer 44 ฉบับ (25.6%)
-
OCR (Tesseract) 9 ฉบับ (5.2%)
เริ่มใช้งานจริงตั้งแต่ 19 พฤษภาคม 2569 จนถึงปัจจุบัน
4. บทเรียนและข้อค้นพบสำคัญ
- ไฟล์ที่ "มีข้อความ" ไม่ได้แปลว่า "อ่านเนื้อหาได้" — หนังสือราชการที่สแกนมักมีข้อความแฝงอยู่บาง ๆ เช่น ตราประทับหรือบันทึกสั่งการ ทำให้ระบบเข้าใจผิดว่าอ่านครบแล้ว ทั้งที่เนื้อหาจริงอยู่ในภาพ แก้ไขด้วยการวัด "ความหนาแน่นของข้อความต่อหน้า" ประกอบกับสัดส่วนพื้นที่ที่เป็นภาพ แล้วส่งต่อไปยังการอ่านด้วย OCR หรือ Vision AI
- ส่งภาพให้ AI ทีละหน้า แม่นยำกว่าส่งพร้อมกันหลายหน้า — เมื่อส่งภาพหลายหน้าในคำสั่งเดียว แบบจำลองมีแนวโน้มสร้างข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริง (เช่น เปลี่ยนชื่อหน่วยงานให้สอดคล้องกันเองทั้งฉบับ) การส่งทีละหน้าแล้วนำผลมาต่อกันให้ความถูกต้องสูงกว่าอย่างชัดเจน
- ต้องเตรียมแบบจำลองสำรองเสมอ — บริการ AI แบบไม่มีค่าใช้จ่ายมีข้อจำกัดด้านปริมาณและอาจขัดข้องในช่วงเวลาที่มีผู้ใช้มาก ระบบจึงออกแบบให้สลับไปใช้แบบจำลองสำรองอัตโนมัติ พร้อมกำหนดเวลาสูงสุดต่อครั้ง เพื่อไม่ให้งานค้าง
- AI ช่วยย่อ ไม่ใช่แทนการอ่านต้นฉบับ — ทุกข้อความสรุปที่ส่งเข้ากลุ่มมีคำเตือนกำกับให้ตรวจสอบกับต้นฉบับก่อนนำไปอ้างอิง และระบบจัดเก็บไฟล์ต้นฉบับไว้ให้เปิดดูย้อนหลังได้เสมอ
5. แนวทางการนำไปใช้ในหน่วยงานอื่น
ระบบพัฒนาด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมาตรฐานเปิด ใช้ทรัพยากรไม่มาก และดูแลได้ด้วยเจ้าหน้าที่ไอทีหนึ่งคน
เทคโนโลยีที่ใช้
- Python + FastAPI (เว็บเซอร์วิส)
- PostgreSQL (ฐานข้อมูล)
- PyMuPDF + Tesseract OCR ภาษาไทย
- LINE Messaging API
- บริการแบบจำลองภาษา (LLM) ผ่าน API
- Docker (ติดตั้งและย้ายเครื่องง่าย)
สิ่งที่หน่วยงานต้องเตรียม
- เครื่องแม่ข่ายหรือบริการคลาวด์ภาครัฐ (เช่น GDCC)
- ชื่อโดเมนที่มีใบรับรอง HTTPS
- บัญชี LINE Official Account ของหน่วยงาน
- บัญชีผู้ให้บริการ AI สำหรับเรียกใช้แบบจำลอง
- ผู้ดูแลระบบ 1 คน
หน่วยงานในสังกัดกรมสุขภาพจิตที่ประสงค์นำระบบไปติดตั้งใช้งาน ติดต่อขอรับคำปรึกษาและชุดติดตั้งได้ที่ กลุ่มงานเทคโนโลยีสารสนเทศ ศูนย์สุขภาพจิตที่ 7 กรมสุขภาพจิต
- ที่อยู่:
- 169 หมู่ 4 ถ.ชาตะผดุง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น 40000
- โทรศัพท์:
- 043 424 739
- อีเมล:
- mhc07.dmh@gmail.com
- เว็บไซต์:
- https://mhc7.dmh.go.th